# แร่กับการเกษตรไทย: ยิปซัมช่วยปรับปรุงดินได้อย่างไร — ประโยชน์ของแร่ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร วิธีใช้ และปริมาณที่เหมาะสม

> แร่กับการเกษตรไทย: ยิปซัมช่วยปรับปรุงดินได้อย่างไร — ประโยชน์ของแร่ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร วิธีใช้ และปริมาณที่เหมาะสม

---

**Category:** บทความ

**Date:** 2026-03-13

**URL:** https://www.mineralconnext.com/th/news/articles/gypsum-agriculture-soil-improvement

---

**แร่กับการเกษตรไทย: ยิปซัมช่วยปรับปรุงดินได้อย่างไร — ประโยชน์ของแร่ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร วิธีใช้ และปริมาณที่เหมาะสม**
    



    
    
        **บทนำ: เมื่อแร่ธาตุใต้ดินกลายเป็นกุญแจสู่ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน**
    

    
        เมื่อพูดถึง "แร่" คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเหมือง โรงโม่หิน หรืออุตสาหกรรมหนัก 
        แต่มีแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่เชื่อมโยงโลกใต้ดินเข้ากับภาคเกษตรกรรมอย่างแนบแน่น 
        นั่นคือ "ยิปซัม" (Gypsum) หรือที่เกษตรกรไทยรู้จักกันในชื่อ "เกลือจืด" 
        แร่ที่มีสูตรเคมี CaSO₄·2H₂O 
        ซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียม (Ca) และกำมะถัน (S) ที่สำคัญสำหรับพืช
    



    
        ประเทศไทยเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ยิปซัมเกษตรรายสำคัญ 
        โดยมีแหล่งแร่ยิปซัมธรรมชาติที่สำคัญในจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร และภาคใต้ 
        นอกจากนี้ยังมียิปซัมที่เป็นผลพลอยได้จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 
        ในปัจจุบัน เกษตรกรไทยจำนวนมากหันมาใช้ยิปซัมเป็นสารปรับปรุงดินและเสริมธาตุอาหารพืช 
        โดยเฉพาะในการปลูกทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง 
        ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ
    



    
        บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่ายิปซัมช่วยปรับปรุงดินและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างไร 
        พร้อมแนะนำวิธีใช้และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับพืชแต่ละชนิด 
        รวมถึงเชื่อมโยงให้เห็นว่าเหมืองแร่ยิปซัมของ Mineral Connext 
        มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของภาคเกษตรกรรมไทยอย่างไร
    



    
    
        **รู้จักยิปซัม: แร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ในดินดี**
    

    
        ยิปซัม (Gypsum) มีชื่อทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตไดไฮเดรต (CaSO₄·2H₂O) 
        ประกอบด้วย แคลเซียมออกไซด์ (CaO) ประมาณ 32.6% 
        ซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ (SO₃) ประมาณ 46.5% 
        และน้ำ (H₂O) ประมาณ 20.9% 
        คุณสมบัติเด่นของยิปซัมที่ทำให้เหมาะสำหรับการเกษตร คือมีปฏิกิริยาเป็นกลาง 
        จึงไม่ทำให้ดินเป็นกรดหรือด่างเพิ่ม 
        และละลายน้ำได้ค่อนข้างดี 
        ทำให้พืชสามารถดูดซึมแคลเซียมและกำมะถันไปใช้ได้ทันที
    



    
        ยิปซัมแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก 
        ชนิดแรกคือ **ยิปซัมธรรมชาติ** ซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของทะเลเก่าในแอ่งขนาดใหญ่ 
        สำหรับประเทศไทยพบแหล่งยิปซัมสำคัญในจังหวัดนครสวรรค์และพิจิตร 
        ชนิดที่สองคือ **ยิปซัมที่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรม** 
        เช่น ยิปซัมจากกระบวนการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD Gypsum) 
        ของโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
    



    
    
        **9 ประโยชน์ของยิปซัมที่เกษตรกรต้องรู้**
    

    
        **1. แก้ปัญหาดินเค็มและดินด่าง**
    



    
        ปัญหาดินเค็มเป็นความท้าทายสำคัญของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
        แคลเซียมจากยิปซัมสามารถเข้าไปแทนที่โซเดียม (Na) ในดิน 
        ทำให้ความเค็มลดลง ดินที่เคยแข็งตัวจากโซเดียมจะกลับมาร่วนซุย 
        รากพืชสามารถเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
    



    
        **2. ปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย**
    



    
        ยิปซัมช่วยลดปัญหาการแน่นทึบและการจับตัวเป็นก้อนของดิน 
        ทำให้ดินมีช่องว่างสำหรับน้ำและอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของราก 
        เมื่อดินร่วนซุย รากพืชก็สามารถเดินได้ดีขึ้น แตกกระจาย 
        และหยั่งลึกลงไปในดินได้มากกว่า
    



    
        **3. ลดการชะล้างพังทลายของดิน**
    



    
        เมื่อโครงสร้างดินดีขึ้น น้ำจะซึมผ่านดินได้ดีแทนที่จะไหลบ่าหน้าดิน 
        ช่วยลดการสูญเสียหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ 
        รักษาธาตุอาหารให้คงอยู่ในแปลงเพาะปลูก
    



    
        **4. ลดการสูญเสียธาตุอาหารในดิน**
    



    
        ยิปซัมช่วยลดการสูญเสียธาตุอาหารสำคัญอย่างฟอสฟอรัส (P) และไนโตรเจน (N) จากดิน 
        เนื่องจากแคลเซียมจะช่วยยึดธาตุอาหารเหล่านี้ไว้ในชั้นรากพืช 
        ทำให้พืชสามารถดูดซับได้อย่างเต็มที่ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีซ้ำซ้อน
    



    
        **5. เป็นแหล่งธาตุอาหารรองที่สำคัญ**
    



    
        ทั้งแคลเซียมและกำมะถันเป็นธาตุอาหารรอง (Secondary Macronutrients) ที่พืชต้องการในปริมาณมาก 
        แคลเซียมช่วยในการแบ่งเซลล์ เสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์ 
        ลดการหลุดร่วงของดอกและผล ป้องกันปัญหาผลแตก 
        และลดอาการไส้ซึมในผลไม้ 
        ส่วนกำมะถันเป็นส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์โปรตีน 
        ช่วยสร้างคลอโรฟิลล์สำหรับการสังเคราะห์แสง 
        ป้องกันใบเหลืองซีด และเพิ่มคุณภาพของผลผลิต
    



    
        **6. กระตุ้นการเจริญเติบโตของรากและยอด**
    



    
        แคลเซียมจากยิปซัมมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการแบ่งเซลล์ที่ปลายราก 
        ทำให้รากแผ่กระจายและหยั่งลึก 
        ต้นพืชจึงดูดน้ำและธาตุอาหารได้มากขึ้น ทนแล้งได้ดีขึ้น 
        และมีการเจริญเติบโตของยอดที่สมบูรณ์
    



    
        **7. ช่วยปรับค่า pH ของดินให้เป็นกลาง**
    



    
        แม้ยิปซัมจะมีปฏิกิริยาเป็นกลาง 
        แต่สามารถช่วยปรับสมดุลค่า pH ของดินที่เป็นกรดหรือด่างเกินไป 
        ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม (pH 6.0–7.0) 
        ซึ่งเป็นช่วงที่พืชส่วนใหญ่สามารถดูดซับธาตุอาหารได้ดีที่สุด
    



    
        **8. ส่งเสริมการตรึงไนโตรเจนของพืชตระกูลถั่ว**
    



    
        ยิปซัมช่วยกระตุ้นการเกิดปมราก (Root Nodules) ของพืชตระกูลถั่ว 
        ซึ่งเป็นจุดที่แบคทีเรียไรโซเบียมอาศัยอยู่เพื่อตรึงไนโตรเจนจากอากาศ 
        ทำให้ถั่วเจริญเติบโตดีและยังช่วยเพิ่มไนโตรเจนในดินสำหรับพืชที่ปลูกตามมา
    



    
        **9. เพิ่มคุณภาพผลผลิต**
    



    
        กำมะถันจากยิปซัมมีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิต 
        ทั้งในด้านรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัส 
        โดยเฉพาะพืชในกลุ่มที่ต้องการกำมะถันสูง เช่น 
        พริก หอม กระเทียม งา และพืชน้ำมัน
    



    
    
        **วิธีใช้ยิปซัมในการเกษตร**
    

    
        การใช้ยิปซัมในการเกษตรไม่ซับซ้อน 
        แต่ต้องคำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด 
        วิธีการหลักคือการนำยิปซัมที่บดเป็นผงหรือเม็ดมาหว่านลงบนดินโดยตรง 
        จากนั้นไถกลบหรือรดน้ำตามเพื่อให้ยิปซัมละลายซึมเข้าสู่ชั้นรากพืช 
        สำหรับไม้ผลให้หว่านรอบทรงพุ่มแล้วรดน้ำตาม 
        สามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
    



    
        **ตารางอัตราแนะนำการใช้ยิปซัมเกษตรสำหรับพืชแต่ละชนิด**
    

    
        
            
                ชนิดพืช / การใช้งาน
                อัตราที่แนะนำ
                หมายเหตุ
            
        
        
            
                ปรับปรุงสภาพดินทั่วไป
                200–400 กก./ไร่
                หว่านแล้วไถกลบก่อนปลูกพืช
            
            
                ข้าว (นาข้าว)
                50 กก./ไร่
                แบ่งใส่ 2 ครั้ง: อายุ 20 วัน และ 60 วัน
            
            
                อ้อย มันสำปะหลัง หอม กระเทียม
                200 กก./ไร่
                หว่านก่อนปลูกหรือหว่านระหว่างแถว
            
            
                ไม้ผล (ทุเรียน เงาะ มังคุด)
                4 กก./ต้น
                แบ่ง 2 ครั้ง: หลังเก็บเกี่ยว 2 กก. และช่วงพัฒนาดอก 2 กก.
            
            
                ยางพารา ปาล์มน้ำมัน
                4 กก./ต้น/ปี
                แบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี หว่านรอบทรงพุ่ม
            
            
                ผักกินใบ
                ตามความเหมาะสม
                หว่านบนแปลงก่อนปลูก
            
        
    

    
        *หมายเหตุ: อัตราการใช้อาจปรับเปลี่ยนตามผลวิเคราะห์ดินของแต่ละแปลง 
        ควรตรวจสอบค่า pH และธาตุอาหารก่อนใช้*
    

    
    
        **กรณีศึกษา: ยิปซัมกับทุเรียน พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงของไทย**
    

    
        ทุเรียนเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศไทย 
        ภาคตะวันออกมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดคิดเป็นประมาณร้อยละ 50 ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ 
        การใช้ยิปซัมกับต้นทุเรียนให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจหลายประการ
    



    
        ประการแรก ยิปซัมช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทุเรียนออกดอก ออกผล และติดลูกดกกว่าเดิม 
        ประการที่สอง ผลมีน้ำหนักมากขึ้น ก้นอ้วน พูเต็ม ไม่จีบ 
        เนื่องจากแคลเซียมเสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์ 
        ทำให้เนื้อทุเรียนแน่นและมีคุณภาพดี 
        ประการที่สาม รากลงลึกและแตกกระจายมากขึ้น 
        ช่วยอุ้มน้ำในชั้นรากให้แร่ธาตุเดินดี 
        โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ยิปซัมจะรักษาชั้นแร่ธาตุในดินไว้ 
        ทำให้รากยังมีสารอาหารบริโภคได้ต่อเนื่อง 
        ประการที่สี่ ใบใหญ่เขียวเข้ม ยอดแตกใบดี ต้นสมบูรณ์ 
        และประการสุดท้าย ช่วยให้ค่า pH ของดินเป็นกลาง 
        ทำให้ต้นทุเรียนดูดซับธาตุอาหารหลักได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    



    
        สำหรับทุเรียน แนะนำให้หว่านยิปซัม 1–2 กิโลกรัมต่อต้น 
        รอบบริเวณทรงพุ่ม แล้วรดน้ำตามเพื่อให้ธาตุอาหารซึมเข้าสู่ดิน 
        หรืออาจฉีดพ่นทางใบในอัตรา 500 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร 
        ในช่วงติดผลเล็กเพื่อเสริมแคลเซียมให้ผล
    



    
    
        **ยิปซัมจาก Mineral Connext: จากเหมืองสู่ไร่นา**
    

    
        Mineral Connext ดำเนินการเหมืองยิปซัมในอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ 
        ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย 
        เป็นแหล่งยิปซัมธรรมชาติคุณภาพสูง 
        สำหรับทั้งอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมเกษตร 
        บริษัทมียิปซัมจำหน่าย 2 เกรด ได้แก่ เกรดปูนซีเมนต์ทั่วไปและเกรดคุณภาพสูง
    



    
        เหมืองยิปซัมของ Mineral Connext มีกำลังการผลิต 200,000 ตันต่อปี 
        และมีปริมาณสำรองมากกว่า 15 ล้านตัน 
        ซึ่งสามารถรองรับการผลิตได้ยาวนานกว่า 50 ปี 
        ด้วยทำเลที่ตั้งในภาคกลาง 
        ทำให้สามารถกระจายสินค้าไปยังพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 
        ทั้งภาคตะวันออกที่เป็นแหล่งปลูกทุเรียน 
        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปัญหาดินเค็ม 
        และภาคใต้ที่เป็นแหล่งปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน
    



    
        สิ่งที่ทำให้ยิปซัมจาก Mineral Connext แตกต่าง 
        คือคุณภาพที่ควบคุมได้จากแหล่งกำเนิด 
        เนื่องจากเป็นยิปซัมธรรมชาติที่ขุดจากเหมืองโดยตรง 
        ไม่ใช่ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรม 
        จึงมีความบริสุทธิ์สูง ปราศจากสารปนเปื้อน 
        เหมาะสำหรับการใช้ในภาคเกษตรอินทรีย์ที่ต้องการวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ
    



    
    
        **แร่อื่น ๆ ที่สำคัญต่อการเกษตร**
    

    
        นอกจากยิปซัมแล้ว ยังมีแร่ธาตุอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคเกษตรกรรม ได้แก่ 
        หินปูนบดและโดโลไมต์ ซึ่งใช้ปรับสภาพดินกรดและเป็นแหล่งแคลเซียมและแมกนีเซียม 
        ทรายซิลิกาที่ช่วยปรับปรุงการระบายน้ำของดิน 
        ไพโรฟิลไลต์ที่ใช้เป็นสารตัวเติมในปุ๋ย 
        และดินบอลเคลย์ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินทราย 
        ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ Mineral Connext มีจำหน่าย 
        ผู้ประกอบการเกษตรที่ต้องการแร่ธาตุคุณภาพสูงสำหรับการเกษตร 
        จึงสามารถหาซื้อได้จากแหล่งเดียว
    



    
    
        **บทสรุป: ยิปซัม สะพานเชื่อมอุตสาหกรรมแร่กับเกษตรกรรมยั่งยืน**
    

    
        ยิปซัมเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของการเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมเหมืองแร่กับภาคเกษตรกรรม 
        ทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาจากใต้ดิน เมื่อนำมาใช้อย่างถูกวิธี 
        สามารถแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม เพิ่มผลผลิต 
        ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร 
        และลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีได้ในระยะยาว
    



    
        Mineral Connext ในฐานะแพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจแร่และหิน 
        พร้อมเป็นพันธมิตรด้านแร่ธาตุสำหรับภาคเกษตรกรรมไทย 
        ด้วยเหมืองยิปซัมคุณภาพสูงในนครสวรรค์ 
        ปริมาณสำรองกว่า 15 ล้านตัน กำลังการผลิต 200,000 ตันต่อปี 
        และทีมที่ปรึกษาด้านเหมืองแร่ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี 
        พร้อมให้คำปรึกษาและจัดหาแร่คุณภาพสำหรับทุกความต้องการ
    



    
        *บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น 
        ปริมาณการใช้ยิปซัมควรปรับตามผลวิเคราะห์ดินของแต่ละแปลง 
        ผู้อ่านควรปรึกษานักวิชาการเกษตรหรือหมอดินอาสาในพื้นที่*
    

    
        **แหล่งอ้างอิง:**

        กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ [www.ldd.go.th](http://www.ldd.go.th) | 
        สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย วารสารดินและปุ๋ย | 
        นุจรินทร์ ศิริวาลย์ (2554) การปรับปรุงคุณภาพดินโดยใช้ยิปซัมเพื่อความยั่งยืนทางการเกษตร ว.วิชาการและวิจัย มทร.พระนคร 5: 118–126 | 
        วารสารเกษตรพระจอมเกล้า (2561) การใช้ FGD Gypsum ในการเกษตร 36(1): 161–172 | 
        Agricultural Research Service, USDA | 
        [mineralconnext.com](https://www.mineralconnext.com)
    

    
        **Mineral Connext — ผู้นำด้านธุรกิจ หิน ทราย แร่ และโซลูชันการจัดการเหมืองครอบคลุมทุกขั้นตอน**
    

    
        เว็บไซต์: [www.mineralconnext.com](https://www.mineralconnext.com)

        อีเมล: [patporr@scg.com](mailto:patporr@scg.com)

        สนใจสินค้าหิน ทราย M-Sand

        โทรศัพท์: 089-200-7412

        สนใจสินค้าผลิตภัณฑ์แร่และโซลูชั่น

        โทรศัพท์: 063-227-9476

---

*Source: [Mineral Connext](https://www.mineralconnext.com) — Thailand's premier integrated mineral solutions provider.*
